สวรรค์เบี่ยง_นรก-สวรรค์ห่างกันแค่หน้าจอกั้น
posted on 09 May 2008 10:28 by nitineew
สมาน(ฉันท์)เบี่ยง_ละครชีวิตอีกเรื่อง..นรก-สวรรค์ห่างกันแค่หน้าจอกั้น..
อ่านบล็อกของคุณ โก๋สิจ๊ะ แล้วชอบใจ http://kohsija.exteen.com/20080507/live-blogging
เราไม่ได้ติดละครนะ แต่ก็มีดู บางทีดูเพราะชอบเนื้อเรื่อง บางทีชอบดารา บางทีจิ้มรีโมตไปเรื่อยๆดูแมร่งทุกช่อง
จิ้มรีโมตบ่อยๆเนี่ย นอกจากจะเปลืองแบตเตอรี่แล้วยังทำให้อ้วนด้วย เพราะสันหลังจะยาวขึ้น ความดันจะสูง หน้ามืดอยากจะล้มตัวลงนอนดูละครต่อ ใช้ทีนเขี่ยถุง "ก๊อบกอบ" เข้ามาใกล้ๆแทนที่จะลุกไปหยิบมากิน ดูดิ แถมสันดานเสียให้อีกต่างหาก อย่างเน้ น่าจะซื้อเล่มมาอ่านแล้วแบ่งคนอื่นๆอ่านต่อ พอรู้เรื่องแมร่งหมดแระก็จะได้ไม่เปิดทีวีให้เสียค่าไฟอีก (วิธีนี้ใช้ไม่ได้ผลกับคนติดละคร)
แต่วันเน้ไม่ได้จะพูดเรื่องสุขภาพ หรือ รณรงค์ประหยัดพลังงานลดโลกร้อนแม้องค์จะลงไปนิดหน่อย (กลับตัวทัน ชนิด เบร็กตัวโก่งกันเรยทีเดียว)
อ่านบล็อกของคุณโก๋แล้วป๋อ ณัฐวุติ(สะกิดใจ)เลย แบบ..องค์(เทพกระแดะ)ลง นึกถึงประโยคฮิต "ดูละครแล้วย้อนดูตัวเอง"
แล้วเลยได้มองเห็นตัวตนตะเองในอดีต...เป็นโรคขี้หมั่นไส้พระเอกนางเอก ชนิดเรียกได้ว่าเป็นญาติห่างๆกับแม่ค้าทุเรียน ดูไปบ่นไป ทำไมแมร่งโง่ได้ใจ-แม่พระได้กระแดะกันเยี่ยงเน้ ไม่ดูแระ รำคาญ"ไอ้อ้อยอิ่งกะอีเห็ดสด"เสียเต็มประดา อินบ้าง ไม่อินบ้าง พอประเมินค่าว่าไร้สาระก็เปลี่ยนช่องซะเลย ก็เรยติดนิสัยเปลี่ยนช่องไปเรื่อยๆแบบนี้
แต่วันหนึ่งก็เปลี่ยนความคิด แบบ ได้เจอจะๆกะ "ละคร" อีกเรื่องหน้าจอสวรรค์เบี่ยงกันเรยทีเดียว แบบพระเอกปาระเบิดเฉียดหูขวาระยะเผาขน จนถึงกับหลั่งน้ำตาเห็นใจนางเอกที่นั่งกระซิกๆอยู่ทางหูข้างซ้าย เชี่ย ช่างปัญหานังแอนมันเถอะ งานกรูเข้าจนได้ เห็นใจตะเองเหมี่ยนกันที่เป็นคนกลาง..
ละครชีวิตอีกเรื่อง.."สมาน(ฉันท์)เบี่ยง"
..ผัวเมียนั่งดูทีวี ละครภาคค่ำมาพอดี..
ผัว - (กดรีโมตเปลี่ยนช่อง) ติ๊ด!
เมีย - อ้าว เปลี่ยนช่องทำไม ถึงตอนอวสานพอดี
ผัว - ละครไร้สาระ ดูทำเมี่ยงอะไร นี่เลย..ต้องดูสารคดีชีวิตสัตว์โลก
เมีย - น้องดูคลายเครียด ไม่ได้ซีเรียสจริงจังซะหน่อย
ผัว - เรื่องมันเป็นไปไม่ได้ มีที่ไหนน้องแม่เลี้ยงกะลูกเลี้ยง นับญาติกันลำบากตายห่..
เมีย - ก็มันนิยาย
ผัว - จะดูทำไม ดูแล้วก็ว่าพระเอกโง่ ด่านางเอกดัดจริต
เมีย - ก็มันอินนี่ สะใจบ้างบางโอกาส แอบดีใจบ้างตอนที่มันได้เสียกัน
ผัว - หมอชูรักชูรสเขาว่าไอ้พวกนี้ทำให้เกิดอาชญากรรม ไอ้ที่ข่มขืนฆ่ากันตายเมื่อไม่กี่ปีก่อนน่ะก็เพราะแมร่งดูละครหลังข่าว ไอ้ที่วัยรุ่นได้เสียกันท้องไม่มีพ่อก็เพราะคิดว่าผู้หญิงคิดเหมือนนางเอก คิดว่าชีวิตมันง่ายดายเหมือนในละคร
..กรูคนกลางก็เพิ่งรู้ว่า ละครน้ำเน่าแมร่งก็ทำให้ครอบครัวแตกแยกได้เหมียนกัน..
เมีย - เขาถึงต้องมีติดเรต ให้ผู้ใหญ่แนะนำเด็กไง
ผัว - แนะนำห่..อะไร เวลาหลังข่าวเด็กยังนั่งดูทีวีอยู่เลย
เมีย - เข้าใจว่าเวลายังไม่เหมาะ แต่ช่วยใจเย็นๆได้ไหม
ผัว - ละครห่.. ทำเด็กเสียคน
เมีย - (มองซ้ายมองขวาหาไอ้ "เด็ก" ที่ทำให้ผัวกรูเป็นห่วงจนเครียดขนาดนี้..ไม่มี..) ก็ถ้าใครมีลูกก็แนะนำสั่งสอนกันไป ลูกใครลูกมัน
ผัว - ปัญญาอ่อนทั้งคนเขียนนิยาย ดารา ผู้กำกับ คนจัดช่วงเวลา จน ถึงคนดู แต่กูว่าคนดูปัญญาอ่อนสุด (ซดสิงห์ย้อมใจ ให้เสียงดังดีไม่มีตก)
เมีย - พอได้ยัง ดูทีวีนะ เดี๋ยวเพื่อนบ้านนึกว่ามีก่อการร้าย
ผัว - ตลกเหรอ เดี๋ยวโดน..
เมีย - ก็บอกว่าดูคลายเครียดไง
ผัว - ไร้สาระ ไม่ประเทืองปัญญา ซ้ำซาก มุกเดิมๆ ดูแล้วก็ด่าตัวร้าย บ่นพระนาง มีแต่ยิ่งเครียด มันจะคลายเครียดตรงไหนวะ
เมีย - เออ เปลี่ยนช่องไปเลยก็ดี น้องอยากดูเพนกวินมัน 'จู้ฮุกกรู' กันแล้วล่ะตอนนี้ (อย่างน้อยตอนนี้ก็มีคนรู้แล้วว่ากรูเครียดเรื่องอะไร..)
ไม่ได้เป็นคอละคร
ไม่ได้ถูกจี้ใจดำ
แค่เล่าเรื่องจริงเล็กๆที่เกิดขึ้นบนโลกนี้ให้เพื่อนๆได้เห็นกระจกอีกด้านก็เท่านั้นเองอ่ะฮะ
...
เห็นใจ "แอน" บ้างไหม
"ความรุนแรง" อยู่ใกล้ตัวนิดเดียว แค่เพียงก้มลงมอง "ปลายเท้า"
บางที "ทางสายกลาง" อาจจะอยู่ระหว่างร่องปุ่มรีโมตก็ได้
แต่เผอิญว่าฝ่ายเมียเป็นความคิดของคนดูส่วนใหญ่ของประเทศนี้
ผู้จัดทำละครจึงยังทำของซ้ำๆ ไร้... มาขายได้เรื่อยๆ แถมบางเรื่องพัฒนาขึ้นมาขายสู้ไม่ได้(ขายไม่ได้เลยก็มี แถมยังโดนด่าอีก) แล้วใครมันจะมาปรับปรุงกัน
#1 By Zirius Sandorius on 2008-05-09 12:10