ไปงานหนังสือกันหึหึ=:3}
posted on 21 Oct 2008 22:33 by nitineew in arts
(ขอบคุณ ijigg)
จำได้ว่า...
แต่ก่อนเรายังไปงานหนังสือฯที่จัดที่คุรุสภา ฝั่งตรงข้ามองค์การสหประชาชาติอยู่เลย
พออ่านเอ็นทรีของคุณบองเต่า ซาราริมัง แล้วก็เลยอยากเล่างานหนังสือในความทรงจำของเราให้ฟังบ้าง..
งานสัปดาห์หนังสือฯในความทรงจำตอนเราอยู่ประถมฯ คือ งานขายหนังสือที่โรงเรียนเปิดโอกาสให้ร้านค้ามาออกบูธขายหนังสือในสนามฟุตบอลโรงเรียน และหนังสือเล่มแรกที่เราซื้อด้วยเงินค่าขนมตัวเองก็เป็นหนังสือจาก สำนักพิมพ์ ที่เราทำงานอยู่ในขณะนี้...แอบบังเอิญ หรือจงใจ จะเล่าในโอกาสต่อไป...เราไปงานสัปดาห์หนังสือฯที่คุรุสภาครั้งแรกก็ตอนอยู่ม.ปลาย แต่ไม่ได้เดินเที่ยวงานหนังสือฯเลย ไปประกวดวาดภาพอ่ะฮะ ไม่ได้รางวัลอะไรหรอก โดนอาจารย์ด่าอีกต่างหากว่าใช้สีได้ทุเร่_มากๆ หุหุ...(มันสามารถระบายสีน้ำให้เหมือนระบายสีน้ำมันได้อ่ะ คิดดู) พออยู่มหาวิทยาลัยถึงได้ไปเดินเลือกซื้อหนังสือที่งานสัปดาห์หนังสือฯจริงๆจังๆเป็นครั้งแรกที่คุรุสภา
- - -
งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ เริ่มจัดขึ้นเป็นครั้งแรก เมื่อปี พ.ศ. 2515 โดย กรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการ, คณะกรรมการพัฒนาหนังสือแห่งชาติ และ สมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย ร่วมกันจัดขึ้น
โดยมีหลักการและเหตุผลสรุปได้ว่า...
...การอ่านเป็นพื้นฐานสำคัญในการพัฒนาประเทศชาติ เพราะการอ่านเป็นการเปิดโลกทัศน์ของคน ให้ก้าวทันข่าวสาร วิทยาการ และสามารถนำความรู้มาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ได้
วัตถุประสงค์(โดยสรุป)
ภาคประชาชน - เปิดโลกทัศน์ของคนไทยต่อการอ่านทั้งในประเทศและทราบความเป็นไปในระดับนานาชาติ และกระตุ้นให้สถาบันครอบครัว โรงเรียน องค์กรต่างๆเห็นความสำคัญของการอ่าน
ภาคเอกชน - กระตุ้นและส่งเสริมอุตสาหกรรมหนังสือและสิ่งพิมพ์ภายในประเทศอย่างเต็มระบบตั้งแต่ สนับสนุนนักเขียนหน้าใหม่ การประกวดต่างๆ การผลิต และการขายอย่างถูกกฎหมายลิขสิทธิ์ ส่งเสริมการซื้อขายลิขสิทธิ์ระหว่างประเทศ
ข้อมูลจาก เว็บไซต์ หลักของงาน <<จิ้มๆ
โดยตั้งแต่ครั้งที่ 1 ได้จัดงานขึ้นที่บริเวณ คุรุสภา และ ถนนลูกหลวง ข้างกระทรวงศึกษาธิการ และได้กราบทูลเชิญ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงเป็นองค์ประธานเปิดงานเป็นประจำทุกปี
ข้อมูลจาก วิกิพีเดีย <<จิ้มๆ
และนี่คือที่มาของตราสัญลักษณ์ของงานสัปดาห์หนังสือฯรูป ช้าง ซึ่งเป็นสัตว์ทรงโปรด
ขณะนั้นยังทรงเรียนหนังสือชั้นมัธยมฯอยู่เลย เหตุใดจึงต้องกราบบังคมทูลให้พระองค์มาเปิดงานเป็นประจำทุกปี
อ่านพระราชประวัติ ที่นี่ <<จิ้มๆ
พระราชจริยวัตรของสมเด็จพระเทพฯที่พวกเรามักจะเห็นมาแต่ไหนแต่ไร คือ ทรงเป็นเยาวชนที่ใฝ่รู้ใฝ่เรียน จะเห็นได้จากภาพถ่ายจากสื่อต่างๆที่พระองค์มักทรงงานจดบันทึกทุกครั้งทุกเรื่องราวเมื่อทรงมีโอกาสไปศึกษาดูงานในด้านต่างๆทั้งภายในและนอกประเทศ
งานทรงบันทึกเหล่านั้น ท่านมิได้ทรงบันทึกอย่างไร้จุดหมาย เพราะความจริงจะมีผู้รวบรวมและเรียบเรียงงานทรงจดบันทึกไปใช้เพื่อประโยชน์ในการต่างๆ ส่วนหนึ่งคือจะกลายเป็นหนังสือให้พวกเราได้อ่าน
(ดูผลงานพระราชนิพนธ์ในสมเด็จพระเทพฯ ที่นี่ <<จิ้มๆ)
พ.ศ. 2515 ในยุคที่ประเทศต้องการความเปลี่ยนแปลง...
คนรุ่นใหม่ที่ชาติต้องการควรเป็นอย่างไร มีคนสรุปไว้หลายอย่าง...ต้องรู้รอบ รู้ลึก รู้ภาษาต่างประเทศ มีความสามารถ มีคุณธรรม ฯลฯ แต่ที่เด่นชัด คือ คุณสมบัติเหล่านี้เป็นภาพที่เราสามารถเห็นได้จากพระองค์ทั้งสิ้น
เราจึงสามารถยกย่องพระองค์เป็น แบบอย่างของเยาวชนรุ่นใหม่ ได้อย่างภาคภูมิ...
และเราภูมิใจจริงๆนะ..
- - -
เข้าเรื่องงานสัปดาห์หนังสือในสมัยที่ยังจัดอยู่ที่คุรุสภา...
ที่เรียกเต็มๆว่า สัปดาห์หนังสือแห่งชาติ (National Book Fair) บรรยากาศเป็นแฟร์สมชื่อ มีเต็นท์ผ้าใบกางทุกบูธสภาพเหมือนบูธตลาดเช้าหลังตลาดหลักทรัพย์ฯแต่แออัดกว่าเยอะ เป็นร้อยๆบูธ มีจัดกิจกรรมและการประกวดต่างๆ แต่จะมีหน้าแก่ๆเดินเยอะ จะเห็นเด็กๆน้อยกว่า ส่วนใหญ่คือครูอาจารย์ บรรณารักษ์ นักวิชาการ และหนอนหนังสือมาหาหนังสืออ่านให้ตัวเอง และหาให้ลูกหลานอ่านบ้างโดยไม่ต้องพาเด็กๆมาด้วยก็ได้ เพราะไม่ค่อยสะดวก อากาศร้อน
มีเรื่องประหลาดอยู่เรื่องนึงที่สะกิดใจมาจนถึงทุกวันนี้ คือ ผู้ใหญ่เลือกหนังสือให้เด็กอ่าน จะดีจริงหรือ? เรื่องมีอยู่ว่า..ผู้ปกครองเด็กโทร.มาต่อว่าสำนักพิมพ์...
ผู้ปกครอง - สำนักพิมพ์คุณออกหนังสือบ้าๆเล่มนี้มาได้ยังไง?
พนักงานรับสายทำหน้างงๆ - หมายถึงเล่มไหนคะ?
ผู้ปกครอง - ก็นิทาน "ช้างออกลูกเป็นไข่" ไงล่ะ..ช้างบ้านไหนเมืองไหนเขาออกลูกเป็นไข่กันห๊ะ?
พนักงาน - ...!?!...

"ช้างออกลูกเป็นไข่" โดย วรากิจ เพชรน้ำเอก
พนักงานคงคันปากอยากเถียงเต็มแก่ว่า ท่านจะเอาอะไรจากหนังสือ "นิทาน" ล่ะค้าบบบ จะให้มันติวข้อสอบลูกท่านได้เลยหรือค้าบบ นิทานนะค้าบ ไม่ใช่สารคดีชีวิตสัตว์วะฮะ...สงสัยจังว่าผู้ปกครองท่านนี้จะโทรไปด่า คนแต่ง"สโนไวท์กับคนแคระทั้งเจ็ด" "ปีเตอร์แร็บบิต" และคนแต่ง"สังข์ทอง"มั้ยฮะ
ถ้าโลกนี้ไม่มีจินตนาการ อย่าว่าแต่ ฮอลลีวูด ไมโครซอฟต์ เลย มือตบ ตีนตบ ก็คงไม่มีบนโลกนี้เหมือนกัน...
โลกมันจะขับเคลื่อนไปด้วยวิชาความรู้เพียงอย่างเดียวไม่ได้หรอกฮะ...
จนปีพ.ศ. 2546 งานสัปดาห์หนังสือฯก็ย้ายมาจัดที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ควบงาน สัปดาห์หนังสือนานาชาติ (Bangkok International Book Fair) เข้าอีกงานให้เอิกเกริก พร้อมทั้งดึงองค์กรในประเทศและต่างประเทศมาร่วมสนับสนุนคับคั่ง ส่วนงานมหกรรมหนังสือนานาชาติฯจึงเริ่มต้นขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อปีพ.ศ. 2546 ด้วยอานิสงส์นี้เอง แต่คนที่ได้รับประโยชน์เต็มๆน่าจะเป็นประชาชนอย่างพวกเรามากกว่าที่เดินทางไปงานสะดวกขึ้น และเย็นสบายกว่าแน่นอน...(รู้สึกจะไกลเรื่อง Book Expo ครั้งนี้นี่หง่า
)
และที่น่าชื่นใจคือเราจะได้เห็นเด็กๆมาเดินเลือกหนังสืออ่านด้วยตัวเองเพิ่มขึ้นทุกปีๆ...
Open a Book : Open the World นะฮะ
อ่านข้อแตกต่างระหว่าง Book Fair กับ Book Expo ได้ ที่นี่ << จิ้มๆ



#1 By wesong on 2008-10-21 23:33