ฉายา"ชุดหวานท่าดุ"
posted on 15 Jul 2009 19:53 by nitineewวันอาทิตย์ที่ 21 มิ.ย. 2552 ชมรมโยคะศูนย์กีฬาเฉลิมพระเกียรติบางมดจัดการแข่งขันโยคะประจำปี มีนักกีฬาร่วมแข่งขันทั้งสิ้น 3 ทีมใน 3 ประเภท ได้แก่ ประเภทบุคคลท่าบังคับ ประเภททีมท่าเหมือนกัน และทีมท่าผสม
...
งานเข้า ตั้งสติ
ครูุอุ๊ แจ้งในที่ประชุมว่าจะมีการแข่งขันโยคะปลายเดือนมิถุนายน
ครููผู้ช่วยรุ่นใหม่(เพิ่งมาเป็นแค่ครึ่งปีเอ๊ง หงึ
)ที่มีฉันรวมอยู่ด้วยจะต้องทำหน้าที่เตรียมทีมนักกีฬา
และเรามีเวลาเตรียมตัวกันเดือนกว่าๆ
วันแรกที่ฉันรับหน้าที่เป็นโค้ชทีมท่าผสม ฉันกลับไปคิดท่าคร่าวๆ ขุดเอาประสบการณ์ที่เคยเป็นลูกทีมแข่งเมื่อปีที่แล้วมาทบทวนใหม่ โชคดีที่ยังมีเอกสารและคลิปหลงเหลือบ้าง แต่ก็ไม่ได้อะไรเป็นรูปเป็นร่างเท่าใจนึก วันต่อมาเราคัดตัวนักกีฬา คนที่มีทั้งความแข็งแกร่ง อดทนและอ่อนช้อยจะได้รับเลือกไปแข่งประเภทบุคคลท่าบังคับที่ยากที่สุด ส่วนคนที่เหลือก็แยกย้ายไปอยู่ทีมท่าเหมือน และท่าผสม ฉันคัดเลือกลูกทีมในแบบของฉัน โดยพยายามให้มีรูปร่างที่หลากหลายคละกัน ตัวเล็กๆใจกล้า ตัวอ่อน ตัวใหญ่แข็งแรง แล้วก็จับลูกทีมมาทดสอบทำท่าโน้นท่านี้ตามจินตนาการของฉันเพื่อดูความเป็นไปได้
ไม่กี่วันต่อมาท่าโยคะเซ็ตต่างๆของฉันก็เป็นรูปเป็นร่าง แต่ทว่านักกีฬาของฉันกลับหายไปทีละคนสองคนด้วยเหตุผลการงานบ้าง สุขภาพร่างกายบ้าง แต่เราก็หามาเพิ่มจนได้ 9 คน -- เฮียจั๊ว (แข็งแรงตัวใหญ่กว่าเพื่อน), ป้ากุล, ปอ, แอน (อวบดี แต่รูปร่างไม่เป็นอุปสรรคต่อการดัดตัว), น้อง, เป้ (หน้าตาดีและตัวอ่อนมาแต่เกิดรึไงนะ), จูน, สา, ปา (ตัวเล็กแบบบางน่ารัก ลมพัดอาจปลิว)
ลูกทีม9คนยังถือว่ายังมีขนาดเล็กสำหรับทีม"ท่าผสม"ที่อาศัยคนเยอะทำหลายๆท่าพร้อมๆกันจึงจะอลังการ แต่ฉันคิดว่าฉันได้ลูกทีมที่มีคุณสมบัติถูกใจแล้วล่ะ
สิ่งที่น่าห่วงมากกว่าคือการที่..
-
ลูกทีมบางคนมีอาการบาดเจ็บกล้ามเนื้อเรื้อรัง กลัวความสูง 2 คน และหลังโกง 1 คน

- ลูกทีมเกือบทุกคนอายุมากกว่าฉัน
- เรายังไม่ได้เริ่มต้นซ้อมเลย หลังจากผ่านไปแล้วหนึ่งอาทิตย์
...
สัปดาห์ต่อๆมาเราจึงตั้งใจซ้อมกันมาก ฉันยืมคำพูดหนึ่งที่มักได้ยินเสมอจากรายการ "กอล์ฟทิพย์" มาอธิบายให้ลูกทีมฟัง
"ถ้าได้ฝึกบ่อยๆ กล้ามเนื้อจะจำวงสวิงได้"
ถ้าเราได้ซ้อมท่าแข่งบ่อยๆ ร่างกายจะเคยชินกับท่า โดยเฉพาะในกรณีที่มีการต่อตัว ร่างกายย่อมจำน้ำหนักของเพื่อนและรู้จักปรับการทรงตัวให้สมดุลกันได้..
ฉันยังพร่ำบอกลูกทีมอีกว่า "สู้ให้เต็มที่ ทำให้ดีที่สุด" แม้จะแข่งแค่สามทีมและมีแค่สามเหรียญซึ่งหมายความว่าท้ายที่สุดทุกทีมจะได้เหรียญรางวัล
..แต่ขอบอกว่าโค้ชของพวกคุณหวังเหรียญทองไปเรียบร้อยแล้ว..
ถึงแม้ลูกทีมฉันจะงานยุ่งขาดซ้อมบ่อยแต่พอวันซ้อมก็ตั้งใจกันน่าดู เห็นว่าคร่ำเครียดซ้อมกันขนาดนี้ แต่มักจะมีเสียงหัวเราะกรี๊ดกร๊าดดังมาจากทีมของฉันเสมอจนใครๆพากันสงสัยว่าทีมนี้อาจ "โด๊ป".. ก็แหม โค้ชออกจะบ้าบอมิใช่เล่น ลูกทีมก็บ้าจิ้มิใช่น้อย...แต่เหนือสิ่งอื่นใดที่ทำให้ทีมเป็นทีม คือ ความอะลุ่มอล่วยกัน ความมีน้ำใจที่เด่นชัด ลูกทีมมีกำลังใจดีกว่าฉันเสียอีกและมักจะแบ่งปันพลังใจนั้นให้โค้ชที่อ่อนไหวง่ายอย่างฉันเสมอ ฉันเรียนรู้อะไรจากลูกทีมของฉันเยอะเลย..
สัปดาห์ท้ายๆพวกเรากำลังใจดีทีเดียว เราไปเดินช็อปปิ้งซื้อชุดแข่งขันที่ประตูน้ำ ฉันไม่ได้เป็นคนตัดสินใจเลือกเพียงแต่ใช้ประสบการณ์ปีที่แล้วของฉันแนะนำ เรื่องสีสันที่เหมาะกับแสงไฟบนเวทีเท่านั้น เราจึงได้ชุดสีขาว-ชมพู หวาน สดใส สะอาดตา ถูกใจทุกคน(คิดว่านะ) และที่สำคัญคือมันเด่นสว่างบนเวทีมากๆ
เพื่อน
ระหว่างฝึกเราแทบจะคุยกันได้ทุกเรื่อง เรื่องทีม เรื่องส่วนตัว เราช่วยกันคิดท่าใหม่ๆสำหรับท่าที่เพื่อนๆมีปัญหาบาดเจ็บและไม่สามารถทำท่านั้นได้อีก ฉันรื้อท่าทีมอยู่ 3 หนแม้จนกระทั่งสัปดาห์สุดท้าย ลูกทีมฉันไม่ปริปากบ่นเรื่องเปลี่ยนท่าเลยแต่จะช่วยกันคิดค้นช่วยกันแนะนำ ทีเด็ดคือกลยุทธที่เราช่วยกันคิดเพื่อเก็บความลับของทีมซึ่งเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการต่อสู้กับคู่แข่ง "กลเม็ดซ้อมแยกชิ้น" -- เราซ้อมท่าทีมโดยการถอดแยกมาซ้อมทีละท่า สลับเซ็ตบ้าง ซ้อมกับผนังห้องบ้าง ก็เหมือนคุณใช้ CSS แต่งบล็อกโดยที่คนอื่นจะมองไม่ออกว่าเป็นอะไรจนกว่าจะได้ Preview แม้จะต้องซ้อมในพื้นที่เดียวกันแต่คู่แข่งก็ไม่มีโอกาสได้ดูท่าใหม่ของทีมเราแบบเต็มท่าเต็มเซ็ตเลยจนกว่าจะถึงวันแข่ง
พวกเราคอยแบ่งปันข้อเสนอแนะดีๆแก่กันเสมอเพื่อให้ทีมของเราดีขึ้นเรื่อยๆ ลูกทีมของฉันจึงมีฐานะเป็นเพื่อนสนิทด้วย..ถ้าตั้งคำถามว่าเร็วไปไหมจะเรียกว่าเพื่อนสนิทสำหรับระยะเวลาสั้นๆแบบนี้?..ฉันไม่เสียเวลาคิดนานนักหรอก..คุณจะพิสูจน์อะไรอีกในช่วงเวลาที่ทุกคนต้องผ่านบทพิสูจน์ร่วมกันอย่างนี้..
...
เช้าแห่ง "มนตรา" และ "เมคอัพ"
วันอาทิตย์ที่21 มิ.ย. เรามากันแต่เช้า 08.30 น.เพื่อไหว้ครูบาอาจารย์แห่งโยคะ แล้วจึงไปแต่งตัวกัน พี่น้องช่วยแต่งหน้าทำผมให้เพื่อนๆ สเปรย์ฉีดผมที่ฉันเตรียมมามีประโยชน์มากๆเมื่อเทียบกับเครื่องสำอางค์ก๊อกแก๊กของฉันที่ถูกพี่น้องเมคอัพอาร์ติสต์ของทีมเบะปากเมินใส่ (ฉันคงต้องเปลี่ยนยกกระบิแล้วหาโปรๆมาใช้บ้างแล้วล่ะ)

พานพุ่มไหว้ครู, พานดอกไม้เป็นรูปสัญลักษณ์โยคะที่พวกเราทุกคนช่วยกันประดิดประดอย, ตั้งใจ

เราเป็นทั้งเพื่อนร่วมงาน เพื่อนโยคี และ พี่เอก พี่ดาว(ขวา)คนตบแต่งเวที

แต่งตัว, กิจกรรม Brain Gym ของครูผู้ช่วยบนเวที, ผู้ชมระหว่างเพลงสรรเสริญพระบารมี
...
ฉายา"ชุดหวานท่าดุ"
พี่ศิโค้ชทีมท่าเหมือนที่จับกลุ่มแต่งตัวอยู่ใกล้ๆกันให้ยืมผ้าแถบสีทองที่ไม่ได้ใช้
ฉันเอามาซ้อนผ้าคาดเอวสีชมพูพื้นๆของเฮียจั๊ว
ชุดเรียบๆของเฮียจึงดูดีขึ้นเป็นกอง..

แอ๊คสุด..
เราซ้อมหนึ่งรอบและเก็บภาพไว้ ตอนซ้อม มักจะสมบูรณ์กว่าตอนแข่งเพราะคุณไม่กดดัน ท่า"หัดบิน"ซึ่งมีการต่อตัวกันถึง 6 ตำแหน่งเป็นท่าใหม่ของสัปดาห์สุดท้ายที่ฉันให้เวลาลูกทีมฝึกฝนน้อยเกินไป น่าจะเป็นเซ็ตที่อาจเกิดความผิดพลาดบนเวทีได้มากที่สุด ฉันคิดไม่ตกว่าจะแก้ไขอย่างไร ฉันไม่อยากแก้ไขท่าให้ลูกทีมสับสนอีกจึงได้แต่ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของลูกทีมทำให้ดีที่สุด
หลังจากซ้อมเสร็จแล้วเราก็นั่งๆนอนๆ วิ่งไปดูการแข่งขันบนเวทีบ้าง แว่บไปขอแฮมเบอร์เกอร์กุ้งสับรสแซ่บจากมุมคอฟฟี่เบรกของพี่แอน(เพื่อนร่วมทีมปีที่แล้ว)เจ้าของร้าน@Coffeeย่านทุ่งครุมากินแก้หิวยามบ่ายบ้าง จนกระทั่งสี่โมงเย็นจึงได้ขึ้นเวที มันอาจเป็นการรอคอยที่ยาวนานมากถ้าคุณมีเมคอัพพร้อมละลายตลอดเวลาอยู่บนใบหน้า..

การแสดงประเภททีมท่าเหมือน และประเภทบุคคล
...
ก่อนขึ้นเวทีแข่งขันไม่กี่นาทีฉันรู้ว่าทุกคนกำลังตื่นเต้น ฉันก็ด้วย แต่ในฐานะที่ฉันเป็นโค้ชฉันควรทำอะไรสักอย่าง ฉันขอเวลา 1 นาทีเพื่อกล่าวข้อความสั้นๆกับลูกทีม ย้ำคำเดิม "สู้ให้เต็มที่" และ "หวังให้สูง...แต่ถ้าพลาด อย่าตกใจ ทำต่อไปให้ดีที่สุด" เราประสานมือกันเป็นหนึ่งแล้วออกไปสู่แสงไฟบนเวที..
...
"ท่าทีมE จำได้ ง่ายนิดเดียว"
เหตุผลหนึ่งที่ทำให้ลูกทีมฉันจำท่าทีมได้เร็ว คือ การที่มันถูกผูกให้เป็นนิทาน
เรื่องราวของ "นกน้อย" คู่หนึ่งที่บินเกี้ยวพาราสีกันผ่าน(1)ขุนเขา (2)สายน้ำ และ(3)พงไพร เมื่อมัน(4)สร้างรัง(5)รักแล้ว นกน้อยก็(6)จับคู่และวางไข่ พ่อนกออก(7)ล่าเหยื่อมาป้อนแม่นกที่เฝ้า(8)กกฟูมฟักทะนุถนอมรอจนกว่าไข่จะ(9)ฟักเป็นตัว ลูกนกเมื่อเกิดมาแล้วยังต้องได้รับการดูแลเอาใจใส่จากพ่อนกแม่นก สอน(10)ตั้งไข่ (11)สอนบินจนกว่าจะปีกกล้าและถึงเวลาจากอ้อมอกพ่อแม่ (12)กราบลาพ่อแม่ผู้เป็นพรหมของลูก แล้ว(13)ถลาบินจากไปพร้อมกับ(14-15)ฝูงเพื่อหาคู่สร้างครอบครัวของตัวเองต่อไปเป็นวัฏจักร
...(1)ภูเขา - ท่าหลัก ท่ากดสะบักหลัง (Down Facing Dog) ซ้อนกันเป็นภูเขา
เราแสดงบนเวทีเป็นทีมแรกของประเภทฯ ครูอุ๊เปิดเพลงและนักกีฬาทำสมาธิ ฉันคุมคิวท่าอยู่ข้างเวที เรามีเวลา 15 นาทีสำหรับชุดการแสดง 16 เซ็ต..เริ่มต้นด้วยท่า"ภูเขา" เสียงเชียร์จากเพื่อนๆทีมอื่นให้พลังใจเราล้นเหลือ ท่า"น้ำตก" ตามมาเป็นท่าที่สอง โยคี3คนในท่ากระดานซ้อนกันทำได้สมบูรณ์แบบ เสียงเชียร์ผสมปนเปกับเสียงฮือฮา ครูอุ๊ร้อง"เอ๊อ!..สวยมาก.."ด้วย ฉันภูมิใจจัง พลังใจตอนนั้นสูงปรี๊ด
(2)น้ำตก - ท่าหลัก ท่ากระดาน(Plank)ซ้อนกันเป็นรูปน้ำตก3ชั้น
(3)ต้นไม้ - ท่าหลัก ท่าต้นไม้(Tree Pose)เรียงกันเป็นต้นไม้และกิ่งก้าน

(4)ทำรัง - แถวหลัง ท่ายืนไหล่(Shoulder Stand)บวกท่าต้นขาขนานพื้น(Hip Stretch)เป็นรูปนก
แถวหน้า ท่าดัดขาคู่3คน(Double Upward-Leg) ตามด้วยท่ายืดเส้นขา(Patchimot)2คนซ้อนกันเป็นรูปรังนก

(5)ความรัก - ท่าหลัก ท่าดัดกล้ามเนื้อสีข้างและเอว(Side Bend)ซ้อนเป็นรูปหัวใจดวงใหญ่ 2 ดวง

(6)จับคู่ - ท่าหลัก ท่าดัดขาเดี่ยวผสมท่าพระจันทร์เสี้ยว(Single Upward Leg+Half Moon)โดยมีคู่โยคีช่วยประคองกันไว้

(7)ล่าเหยื่อ - ท่าหลัก ท่ากระต่ายกับท่าสะพาน(Rabbit+Half Bridge)ต่อกันเป็นรูปตัวหนอน2ตัว ซ้อนด้วยท่ากระดานเขย่งเหยียบท่าเทพเจ้าด้านหลังเป็นนก2ตัวล่าเหยื่อ

(8)กกไข่ - ท่าหลัก ท่าหมาบิดขี้เกียจผสมท่าเสือ(Tiger)ซ้อน4สลับขา

(9)ฟักไข่ - ท่าหลัก ท่ายืดเส้นขา(Patchimot)โดยมีคู่โยคีช่วยกดด้วยน้ำหนักตัว

(10)ตั้งไข่ - ท่าหลัก ท่ารูปตัว Lซ้อนด้วยท่านอนหงาย (ฺBaby Supine)

(11)หัดบิน - ท่าหลัก ฐานประกอบด้วยท่าเทพเจ้า(God)นั่งบนท่าสะพาน(Half Bridge)ท่าหลาว(Lunge)ประกบสองข้าง ให้ท่าดาวแฉก(5Star)ขึ้นเหยียบเข่าเป็นนกน้อย 2 ตัว

ท่าที่ 8 ฉันคิวพลาดนิดหน่อย พี่จูนส่งสัญญาณมาจากบนเวทีให้ฉันรู้ตัว ทุกคนยังทำได้ดีจนกระทั่งท่าเจ้าปัญหา ท่า "หัดบิน" นกน้อยบินเป๋ร่วงลงพื้นแต่แล้วก็พยายามใหม่ ฉันส่งสัญญาณให้ใจเย็นๆ ไม่รู้ว่าลูกทีมเห็นไหม แต่พวกเขาพยายามเต็มที่..
(12)พรหมอัญชลี - ท่าหลัก ท่าเทพเจ้าเป็นหลัก มีสะพานเป็นฐานยันไว้ 3 ด้าน

(13)ถลาบิน - ท่าหลัก ท่านั่งดัดหลัง(Sit Side II - Hip Up)รองรับด้วยท่าหลาวสองข้าง
(14)ฝูงนก 1 - ท่าหลัก ท่ากระดานคู่รองรับด้วย(ฐานตำแหน่ง1)ท่ากังหัน(Full Wind) (2)พีระมิดคู่ และ(3)ท่าดาวแฉก ตามลำดับ
(15)ฝูงนก 2 - ท่าหลัก (ต่อตัวตำแหน่งที่1)ท่ากระดานรองรับด้วยท่านอนหงาย, (2)ท่าเสือรองรับด้วยท่าโต๊ะ, (3)ท่ายืนดัดหลังรองรับด้วยท่าเก้าอี้และสะพาน
เราจบการแสดงด้วยท่า "สุริยนมัสการ" และลงจากเวทีด้วยเสียงเชียร์ดังอื้ออึง..
(16)สุริยนมัสการ - ท่าหลัก นำเซ็ตท่าโยคะ "สุริยนมัสการ" มาประยุกต์ ใส่ความต่อเนื่องลงไป เพิ่มท่ากดสะบักหลัง2ชั้นซ้อนด้วยท่าคันไถ(plough)อีกที

ลำดับท่า "สุริยนมัสการ" ในการฝึกปรกติ

เซ็ตที่เรียกเสียงเฮได้มากที่สุดน่าจะเป็นเซ็ตท่า "น้ำตก" "ทำรัง" "วางไข่" "ฝูงนก 1" และ "ฝูงนก 2" ไม้ตายของทีม ฉันยอมรับกับตัวเองว่าฉันพอใจมากต่อการแสดงของลูกทีมในวันนั้น..
ที่หลังเวที นักกีฬาคนหนึ่งจากทีมคู่แข่งเข้ามาทักฉัน
"ชุดสีหว๊านหวานนะคะ..แต่ท่าดุจริงๆ"
คำทักทายสั้นๆแต่กลับทำให้หัวใจฉันพองโต และฉันไม่อยากรู้สึกอย่างนั้นคนเดียว ฉันจึงรีบไปเล่าให้ลูกทีมฟังขณะที่เรานั่งชมการแสดงของคู่แข่งอีก 2 ทีม เราภูมิใจกันซะไม่มีละ..
...
บทพิสูจน์
"ถ้าไม่ได้เหรียญทองอย่าเสียใจนะ" พี่ปาเข้ามาปลอบฉัน ลูกทีมทุกคนรู้ดีว่าฉันหวังอะไร แต่ถ้าไม่ได้ตามหวังล่ะฉันจะทำยังไง? ฉันตบหลังพี่ปาเบาๆ
"มีตั้ง 3 เหรียญ ถ้าไม่ใช่เหรียญทอง เราก็ต้องได้สักเหรียญนั่นแหละ พี่ไม่ต้องห่วง"
ฉันตอบไปอย่างนั้นเองแต่ฉันรู้ดีว่าเราจะได้เหรียญอะไร ฉันก็แอบเผื่อใจไว้0.5%สำหรับความผิดหวัง หลังจากนั้นฉันก็จดจ่ออยู่กับคำตัดสินเสียแล้วและตั้งใจว่าจะกรี๊ดให้ดังลั่นไปเลย..
ผลการตัดสิน>> ของสะสมชิ้นใหม่

ดีใจใหญ่..

พี่แก้วที่ปรึกษาทีม, ครูอุ๊, กินของเซ่นไหว้ครูเป็นสิริมงคล

ชักภาพร่วมกัน..
...
สิ่งเกล่านี้พอจะเป็นเหตุผลดีๆที่เราควรออกกำลังกายกันไหมล่ะ?
...

ถ้าเราทุ่มเท ให้บางสิ่ง อย่างเต็มที่

#1 By b-padung Studio on 2009-07-16 00:06