Credit

 

First Asian Martial Art Games 2009 จัดเป็นครั้งแรกที่ประเทศไทย สมเด็จพระบรมฯจะทรงเป็นประธานในพิธีเปิดการแข่งขันวันนี้(1ส.ค.2552)เวลา 18.00 - 19.30 น. ถ่ายทอดสดทางช่องNBT มีนักกีฬาชาวไทย บดินทร์ ปัญจบุตร (นักกีฬายูยิตสู) น้องปุ้ย ญานิศา ต่อรัตนวัฒนา (นักกีฬาคาราเต้-โด) เป็นผู้วิ่งคบเพลิง ร่วมด้วยศิลปินดารา-นักร้อง อาทิ แอ๊ด คาราบาว, แพนเค้ก เขมนิจ, จา พนม (แสดงเป็นมาสคอตหนุมาน) ร่วมชุดการแสดงในพิธีเปิดฯ

ครั้งนี้มีนักกีฬา เข้าร่วม 980 คน จาก 40 ชาติ (เกาหลีเหนือ ติมอร์ ซาอุดิอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ไม่เข้าร่วมแข่งครั้งนี้) ใน 9 ชนิดกีฬา ได้แก่ มวยไทย เทควันโด คูราช ยูยิตสู วูซู-กังฟู คาราเต้-โด ยูโด ปันจักสีลัต และคิกบ็อกซิ่ง ชิงชัย 112 เหรียญทอง ที่ศูนย์กีฬาในกรุงเทพมหานคร และสุพรรณบุรี

มาสคอตน่ารัก

ใครชอบศิลปะการต่อสู้เชิญไปทัศนาได้ตามเวลาสถานที่ในตารางนะจ๊ะ

ตรวจสอบตารางแข่งขันและสถานที่ที่Link

เรามาทำความรู้จักกีฬาแต่ละชนิด ซึ่งบางอันเราก็คุ้นเคยกันดี บางอันก็คุ้นหู และบางอันฉันเองต้องบอกว่าไม่เคยได้ยินมาก่อน


(Credit)

มวยไทย คือ ศิลปะการต่อสู้ของคนไทยที่ใช้หมัด ศอก แขนท่อนล่าง เท้า แข้ง เข่า ฝ่ามือ ฝ่าเท้า ศีรษะ และลำตัวในการต่อสู้ เป็นศิลปะการต่อสู้ที่มีแพร่หลายในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น กัมพูชา เรียกว่า ประดั่ญ เซเรีย, ขอมมวย(Pradal Serey) ลาว เรียก มวยลายลาว(มวยเสือลากหาง)

เพิ่มเติมที่Wikipedia

บทความ "มวย" ชนิดต่างๆในประเทศไทย

...


Credit

เทควันโด

เทควันโด (เกาหลี: 태권도(เท-ควอน-โด)) คือ ศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัว โดยไม่ใช้อาวุธของชาวเกาหลี ซึ่งมีมากว่า 2 พันปี คำว่า เท (태) แปลว่า เท้า หรือการโจมตีด้วยเท้า ควอน (권) แปลว่า มือ หรือการโจมตีด้วยมือ โด (도) แปลว่า วิถี ดังนั้นเทควันโดโดยทั่วไป หมายถึง วิถีแห่งการใช้มือและเท้าในการต่อสู้และป้องกันตัว มาจากคำว่า เท (เทคียน: Takkyon) และ ควัน (คองซูโด: Kongsoodo) ปีค.ศ. 1955 มีการจัดตั้งองค์การควบคุมศิลปะแห่งชาติ เพื่อเผยแพร่และควบคุมทำการสอนให้แก่สาธารณะชน ด้วยการสนับสนุนบุคลากรและเงินทุนจากกองทัพเกาหลีและตั้งชื่อขึ้นใหม่ว่า เทควันโด (Taekwondo) ตั้งแต่นั้น เทควันโดเข้ามาในไทยสมัยสงครามเวียดนาม พ.ศ. 2510

Wikipedia

เทควันโดไทยกับสงครามเวียดนาม

...


Credit

คูราช (Kurash) เป็นกีฬาพื้นบ้านของอุซเบกิสถาน หลักการพื้นฐานของกีฬาชนิดนี้ผสมผสานมวยปล้ำกับยูโด มีการปรับปรุงรูปแบบการเล่นให้เป็นแบบสากลให้แพร่หลายไปยังประเทศต่างๆ โดยแบ่งผู้แข่งขันเป็น 2 ฝ่าย สู้กันบนเวทีสี่เหลี่ยมจตุรัสขนาด 15 x 15 เมตร คู่ต่อสู้จะต้องทุ่มอีกฝ่ายหนึ่งให้ล้มลงกับพื้นให้ได้ภายในเวลา 4 นาที สำหรับผู้ชาย และ 3 นาทีสำหรับผู้หญิง การให้คะแนน แบ่งเป็น

  • คาลาล ทุ่มคู่ต่อสู้ลงให้หลังแนบพื้นโดยสมบูรณ์ ผู้ที่ทำได้จะชนะทันที
  • ยอนบอส ทุ่มแล้วสีข้างหรือด้านข้างลำตัวของคู่ต่อสู้แนบพื้นอย่างสมบูรณ์ จะได้ 1 คะแนน หากทำคะแนนแบบยอยบอสได้ 2 ครั้งจะเท่ากับ 1 คาลาล ถือว่าชนะทันที
  • ชาล่า ทุ่มแล้วทำให้ก้นหรือหลังหรือท้องหรือสีข้างกระทบพื้นแต่ไม่สมบูรณ์ คะแนนแบบชาล่าไม่ทำให้การแข่งขันยุติ แต่จะใช้ตัดสินเมื่อหมดเวลา

Wikipedia

บทความมวยปล้ำ4พันปี "คูราช" คู่ชาติ "อุชเบฯ"

...


Credit

ยูยิตสู (「柔術」Jujutsu) เรียกหลายชื่อตั้งแต่ ยูยิสสู ยูยิตสู ยาวารา (yawara) , ไทจุสสุ (taijutsu) ภาษาอังกฤษบางครั้งจะเขียนว่า jujitsu หรือ jiujitsu ในภาษาญี่ปุ่นมีความหมายว่า ศิลปะแห่งความอ่อน เป็นชื่อเรียกของศิลปะการต่อสู้ของญี่ปุ่น 

ประวัติที่มาของยูยิสสูนั้นไม่ชัดแจ้ง โดยมากกล่าวกันว่าถูกพัฒนาขึ้นมาในช่วงยุคของสงครามระหว่างศตวรรษที่ 8 ถึง 16 ได้รับอิทธิพลมาจากศิลปะการต่อสู้โบราณของซามูไรที่เรียกกันว่า ไทจุสสุ ซึ่งหมายถึงศิลปะการใช้ร่างกาย ในอดีตประเทศญี่ปุ่นมีสำนักยูยิสสูอยู่หลายร้อยสำนัก โดยแต่ละสำนักมีแนวทางในการฝึกของตัวเอง โดยมากจะมีทั้งการโจมตี การล็อก ทุ่ม หรือมีอาวุธด้วย และเป็นการต่อสู้แบบไม่มีกติกา เพียงหาทางล้มคู่ต่อสู้ให้ได้เท่านั้น เมื่อยุคสงครามจบลง ผู้คนมองว่ายูยิตสูเป็นวิชาที่ป่าเถื่อน รุนแรง จึงถูกสั่งห้ามไม่ให้มีการทำการฝึกในที่สุด เมื่อไม่มีผู้สืบทอดวิชา อีกทั้งมีการพัฒนาศิลปะการต่อสู้ใหม่ๆ  ยูยิสสูจึงเสื่อมไป ยูยิตสูเผยแพร่ในเมืองไทยครั้งแรกเมื่อพ.ศ. 2464 ก่อนที่ยูโดจะได้รับความนิยมมากกว่าในภายหลัง

Wikipedia

...


Credit

วูซู-กังฟู

กังฟู (功夫; gōngfu อ่านว่า กงฟุ) มีความหมายว่า "ระดับฝีมือ" หรือ "ผู้เชี่ยวชาญ" แต่ผู้คนเข้าใจและนิยมเรียกกันเป็นชื่อศิลปะการต่อสู้ของจีน ซึ่ง "วิทยายุทธ" นั้นเรียกว่า วูซู (武术; wǔshù อ่านว่า หวู่ซู่) มีความหมายว่าศิลปะการต่อสู้

Wikipedia

วูซูมีทั้งแบบ ยุทธลีลา (Routine) และแบบเพื่อการต่อสู้ซึ่งยังแบ่งย่อยลงไปอีกเป็น ประเภทมือเปล่า ประเภทใช้อาวุธ เช่น ทวน กระบองสามท่อน ดาบยาว ฯลฯ และชุดการต่อสู้

อ่านหัวใจของวิชาวูซูที่นี่

...


Credit

คาราเต้-โด (「空手道」 karatedō – คะระเตะโด, วิถีมือเปล่า) หรือ คาราเต้ (「 空手」 karate – คะระเตะเป็นศิลปะการต่อสู้ถือที่กำเนิดในโอกินาวา ประเทศญี่ปุ่น ผสมผสานระหว่างการต่อสู้ของชาวโอกินาวาและชาวจีน ที่เผยแพร่เข้าสู่ญี่ปุ่นตามผู้อพยพในปี พ.ศ. 2464 (ค.ศ. 1921)

คาราเต้มักถูกเข้าใจผิดว่า เป็นการต่อสู้ด้วยการฟันอิฐ แต่ที่จริงแล้วคือการต่อสู้ด้วยการใช้อวัยวะต่างๆในร่างกาย เช่น กำปั้น เท้า สันมือ นิ้ว ศอก เป็นต้น แต่เมื่อถูกดัดแปลงเป็นกีฬาแล้วเหลือเพียงมือและเท้า 

คาราเต้ แปลว่า วิถีแห่งการใช้มือ (ร่างกาย) ต่อสู้โดยปราศจากอาวุธ วิถีแห่งคาราเต้เป็นวิธีการดึงพลังจากทั้งร่างมารวมให้เป็นหนึ่งในการต่อสู้ โจมตี เป้าหมายของยูโดคือ "อิคเคน ฮิซัทสึ"( 一拳必殺 ) หรือ "พิชิตในหมัดเดียว"  อีกทั้งยังมีความหมายโดยนัยเกี่ยวกับปรัชญาเต๋า(ปรัชญาพุทธศาสนานิกายเซนของญี่ปุ่น การเข้าถึงจิตวิญญาณแห่งธรรมชาติ) คือนอกจากจะเป็นทักษะแล้ว ยังต้องมีพื้นฐานของจิตวิญญาณรวมอยู่ด้วย สิ่งที่สำคัญของคาราเต้คือการต่อสู้กับตนเอง เช่น การฝึกการกำหนดความรุนแรงของการโจมตี ว่ากันว่าผู้ฝึกที่สามารถยั้งแรงได้ก็สามารถดึงแรงออกมาจนถึงขีดจำกัดได้เช่นกัน

คำว่า โด แปลว่า วิถีทาง ลู่ทาง ศาสตร์ เป็นคำต่อท้ายที่ใช้สำหรับศิลปะหลายชนิด ให้ความหมายว่า"วิถีแห่ง..." เช่น ใน ไอคิโด ยูโด เคนโด 

Wikipedia

...


Credit

ยูโด (「柔道」, judo, 柔道) มีชื่อเต็มว่า โคโดกัน ยูโด (Kodokan Judo) เดิมทีเดียวมีรากฐานมาจาก ยูยิตสู (Jiujitsu) วิชาการต่อสู้กับคู่ต่อสู้กับอาวุธด้วยมือเปล่าและทำลายจุดอ่อนของคู่ต่อสู้ นักปรัชญาชาวญี่ปุ่นชื่อ จิโกโร คาโน (Jigoro Kano) เห็นว่าวิชายูยิตสูนอกจากจะเป็นกีฬาสำหรับร่างกายและจิตใจแล้ว ยังมีหลักปรัชญาที่ว่าด้วยหลักแห่งความเป็นจริง จึงได้ศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับวิชายูยิตสูอย่างละเอียดและพบว่าผู้ฝึกวิชายูยิตสูจนมีความชำนาญดีแล้ว จะสามารถสู้กับคนที่รูปร่างใหญ่โตได้ หรือสู้กับอาวุธด้วยมือเปล่าได้ จากการค้นพบนี้ทำให้เขาซึ่งมีร่างเล็กแบบบางบังเกิดความศรัทธาอย่างแรงกล้า จึงเข้าศึกษายูยิตสูอย่างจริงจังจากโรงเรียนต่างๆและอาจารย์หลายคน จนปีพ.ศ. 2425 จึงออกมากก่อตั้งโคโดกัน ยูโดขึ้นเป็นครั้งแรกในบริเวณวัดอิโชจิ (Eishoji) โดยได้นำเอาศิลปะของการต่อสู้ากสถาบันที่เขาเรียน ได้แก่ การทุ่มจากสำนักเทนจิ ซิโย และการต่อสู้จากสำนักคิโตเข้ามาผสมผสานเป็นวิชายูโด แล้วพัฒนาให้เหมาะสมสอดคล้องกับความเปลี่ยแปลงในระบอบการปกครองและสังคมในขณะนั้น ทั้งได้สอดแทรกวิทยาศาสตร์ใหม่ๆ เช่น คณิตศาสตร์ประยุกต์ที่เกี่ยวกับการเคลื่อนไหว จิตศาสตร์ และจริยศาสตร์เข้าด้วยกัน โดยได้ตัดทอนความป่าเถื่อนแบบยูยิตสูออก รวบรวมหมวดหมู่ใหม่ให้มีมาตรฐานเดียวกันและเรียกระบบใหม่นี้ว่า ยูโด (Judo) แม้จะมีคนคัดค้านมาก แต่เมื่อปีพ.ศ. 2429 กรมตำรวจญี่ปุ่นได้จัดการแข่งขันระหว่างยูโดกับยูยิตสูขึ้น โดยแบ่งเป็นฝ่ายละ 15 คน ผลการแข่งขันปรากฏว่ายูโดชนะ 13 คน เสมอ 2 คน เมื่อผลปรากฏเช่นนี้ ทำให้ประชาชนเริ่มสนใจยูโดมากขึ้น จนปี พ.ศ. 2476 จึงได้ย้ายสถานที่ฝึกไปที่ซูอิโดบาชิ (Suidobashi) เพื่อรองรับผู้เรียนที่มากขึ้น สถานที่นี้เองจึงกลายเป็นศูนย์กลางของนักยูโดโลกปัจจุบัน

เพิ่มเติมที่Pirun KPS และ Wikipedia

...


Credit

ปันจักสีลัต (Pencak Silat) เป็นคำที่มาจากภาษาอินโดนีเซียมาจากคำว่า ปันจัก (Pencak) หมายถึงการป้องกันตนเอง และคำว่า สีลัต (Silat) หมายถึงศิลปะ รวมความแล้วหมายถึงศิลปะการป้องกันตนเอง กีฬาประเภทนี้เดิมเป็นศิลปะการต่อสู้ของคนเชื้อสายมาลายู ในภาคพื้นเอเชียอาคเนย์ ได้แก่ มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ บรูไน และพื้นที่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ของประเทศไทย คือ ปัตตานี ยะลา สตูล นราธิวาส และสงขลา เรียกว่า “สิละ” “ดีกา” หรือ “บือดีกา” เป็นศิลปะการต่อสู้ด้วยมือเปล่าเท้าเปล่า เน้นให้เห็นลีลาการเคลื่อนไหวที่สวยงาม

บางท่านกล่าวว่า สิละมีรากคำว่า ศิละ ภาษาสันสกฤต ทั้งนี้เพราะดินแดนของมลายูในอดีตเคยเป็นดินแดน อาณาจักรศรีวิชัย ที่มีวัฒนธรรมอินเดียเข้ามามีบทบาทที่สำคัญ จึงมีคำสันสกฤตปรากฏอยู่มาก ประวัติความเป็นมาของปันจักสีลัตนั้น มีตำนานเล่าต่อกันมาหลายตำนาน ตำนานบทหนึ่งว่ากันว่า ท่ารำ การต่อสู้แบบสิละมีมาตั้งแต่ 400 ปีมาแล้วโดยกำเนิดที่เกาะสุมาตรา กำเนิดจากช่อดอกบอมอร์ในกระแสน้ำวน สมัยหนึ่งสามสหายจากมินังกาบัง(ฝั่งตะวันตกของเกาะสุมาตรา)ไปศึกษาวิทยายุทธ ณ เมืองอะแจ (ฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือของสุมาตรา) สำนักวิทยายุทธนั้นอยู่ใกล้สระน้ำใหญ่ น้ำในสระไหลมาจากหน้าผาสูงชัน ริมสระมีต้นบอมอร์ ออกดอกสีม่วงสดกลมกลืนกับสีนกกินปลา ซึ่งถลาร่อนเล่นน้ำเนืองนิตย์ วันหนึ่ง ฮามินนุดดินไปตักน้ำที่สระแห่งนั้น เขาสังเกตเห็นว่าแรงน้ำตกทำให้น้ำในสระเป็นระลอกคลื่นหมุนเวียน และที่น่าทึ่งคือ ดอกบอมอร์ช่อหนึ่ง ซึ่งหล่นจากต้น ถูกน้ำพัดตกลงกลางสระแล้วจึงถอยย้อนกลับไปใกล้ตลิ่งลอยไปลอยมา เช่นนี้ประหนึ่งว่ามีชีวิต จิตใจ ฮามินนุดดิน เพิ่มความพิศวงถึงกับวางกระบอกไม้ไผ่ซึ่งบรรจุน้ำ แล้วจ้องมองดอกไม้ในสระเป็นเวลานาน จากนั้นชายหนุ่มรีบคว้าดอกไม้ช่อนั้นกลับมา เขาได้นำลีลาการลอยของดอกบอมอร์มาประยุกต์สอนการร่ายรำให้แก่เพื่อนทั้งสอง และช่วยกันคิดวิธีเคลื่อนไหวโดยอาศัยแขนขา เพื่อป้องกันฝ่ายปรปักษ์ วิชาสิละจึงเกิดขึ้นด้วยประการฉะนี้ เมื่อสามสหายเดินทางกลับถิ่นเดิมแล้ว ต่างตั้งตัวเป็นครูสอนวิทยายุทธและศาสนาอิสลาม

Link

...

Credit

คิกบ็อกซิ่ง Kickboxing (キックボクシング) เป็นมวยที่ใช้เท้า ปัจจุบันนิยมใช้ในการป้องกันตัว ในสถานกีฬาและสุขภาพ เกิดขึ้นครั้งแรกในปี 1950 โดยโปรโมเตอร์มวยชาวณีปุ่น นาย Osamu Noguchi ดัดแปลงจากมวยไทยและคาราเต้ ปัจจุบันคิกบ็อกซิ่งของสหรัฐอเมริกาถือว่ามีชื่อเสียงที่สุด

มีคนตั้งข้อสังเกตว่า คิกบ็อกซิ่งก็คือมวยไทยที่ใช้แต่เท้าไม่มีฟันศอก นั่นเอง

Wikipedia

คลิปการ์ตูนคิกบ็อกซิ่ง

กระทู้ในเว็บพันติ๊บ

...

ต่อยตีแล้วได้ดี ต้องต่อยตีเป็นกีฬา ฝึกเพื่อสุขภาพและใช้ในยามคับขันเท่านั้นนะจ๊ะ

...

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

confused smile เห้นด้วย งั้นเราไปตีกันเลย ไม่ใช่ ไปเล่นกีฬากันดีกว่า

#1 By KanunJa on 2009-08-01 17:24

มวยไทย เจ๋งสุดๆแล้วdouble wink

#2 By A Pig in time on 2009-08-01 19:15

Hot! Hot! Hot!
ข้อมูลดีๆอย่างนี้ เอาไปเลยจ้ะbig smile

#3 By eeddy(อี๊ด) on 2009-08-01 20:09

พรุ่งนี้เจอกันช่วงบ่ายนะครับบบ
เพราะถ้าไปเช้ามากอาจไม่เจอใครเลย
เพราะไปตั้งบูทตอนบ่ายกันครับบ

เจอกันครับบ

#4 By b-padung Studio on 2009-08-01 22:55

ปันจักสีลัต นี่เพิ่งเคยได้ยินเลยแฮะครับ =v="

#5 By sage_nu on 2009-08-01 23:27

งานนี้พี่มาร์คไปเปิดงานด้วยล่ะ โคตรเท่ห์ cry cry cry
คูราชไม่เคยได้ยินsad smile

#7 By wesong on 2009-08-01 23:31

กีฬาที่ใช้ทักษะการต่อสู้เนี๊ยะ..น่ากลัว แต่ก็ท้าทายมาก ๆ..big smile open-mounthed smile confused smile

#8 By 1411 on 2009-08-02 09:24

ความรู้ๆๆconfused smile open-mounthed smile big smile

#9 By nonworld on 2009-08-04 12:09

ปึ้กมาก

ไม่รู้จักตั้งหลายอย่างแน่ะ

Hot! Hot! Hot!

#10 By olive on 2009-08-05 00:16